แนวโน้มและโอกาสของแรงงานไทย

 

 

     เนื่องจากมีสถานประกอบการการผลิตจำนวนไม่น้อย ซึ่งต้องเดินเครื่องจักรผลิตตลอด 24 ชั่วโมง ประสบปัญหาภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เนื่องจากแรงงานท้องถิ่นไม่นิยมทำงานเปลี่ยนกะ โดยเฉพาะกะกลางคืน  จากการสำรวจกิจการเหล่านี้ พบว่าขาดแคลนแรงงานอย่างน้อย 30,000 คน กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน จึงได้หารือกับ CLA  เพื่อพิจารณาอนุญาตให้นายจ้างที่มีกิจการซึ่งต้องผลิตในช่วงกลางคืน คือ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และมีช่วง เวลาผลิตจริงอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และเป็นกิจการที่กรมอุตสาหกรรมยืนยันว่า เป็น 1 ใน 45 กิจการ (กลุ่มกิจที่เรียกว่า 3 เค คือ กิจการที่เป็นงานหนัก  งานสกปรก และงานอันตราย)  ที่มีความจำเป็น ต้องนำเข้าแรงงานต่างชาติ  สามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ในอัตราส่วนว่าจ้างแรงงานท้องถิ่น 3 คนต่อการนำเข้าแรงงานต่างชาติ 2 คน หรือเมื่อว่าจ้างแรงงานชนเผ่าดั้งเดิมหรือคนพิการ  หรือแรงงานสูงอายุเข้าทำงาน 1 คน จะได้รับอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ 2 คนเช่นกัน  ทั้งนี้  จำนวนแรงงานต่างชาติที่แต่ละบริษัทสามารถนำเข้าได้นั้น ต้องไม่เกินสัดส่วนร้อยละ 15 ของแรงงานท้องถิ่นภายในบริษัท

 

     กิจการใดที่เข้าข่ายดังกล่าว สามารถยื่นความจำนงต่อกรมอุตสาหกรรม กระทรวงเศรษฐการได้จนถึงวันที่ 18 มกราคม 2550 และ CLA จะแจ้งให้ดำเนินการยื่นขอตามขั้นตอนการนำเข้าแรงงานต่างชาติในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ศุกร์นี้

 

     สำหรับกิจการที่อยู่ในข่ายได้รับอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ จำนวน 10,000 คนครั้งนี้ มี  45 ประเภทกิจการ อาทิ โรงงานหลอมโลหะ โรงพิมพ์ โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก โรงงานผสมปูน โรงงานผลิตอาหารแช่เย็น ปั่นด้าย ฟอกหนัง เส้นใยสังเคราะห์ กระเบื้อง และโรงงานผลิต     สกรูน็อต เป็นต้น ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 เป็นต้นมา พบว่า มี นายจ้างและบริษัทจัดหางานมายื่นขอนำเข้าแรงงานไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการขอนำเข้าคนงานไทยมาทำงานในกิจการหลอมและแปรรูปเหล็กและโลหะ