สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

 

   ไต้หวันเป็นประเทศที่มีสถานะทางเศรษฐกิจมั่งคงแข็งแรงประเทศหนึ่ง มีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศกว่า 275,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ จัดอยู่ในหนึ่งในห้าอันดับแรกของโลก อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาเท่ากับร้อยละ 4.3  ภาคการผลิตที่มีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ อุตสาห

กรรมการผลิตสินค้าอิเลคโทรนิกส์  ปิโตรเคมี  เหล็กและเหล็กกล้า  เครื่องจักร และการลงทุนในต่างประเทศ 

 

    ยอดจำหน่ายของอุตสาหกรรมการผลิตในไต้หวันมีมูลค่าสูงถึง 10,990  พันล้าน ดอลล่าร์ไต้หวันเพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 7.89 โดยแบ่งเป็นจำหน่ายในประเทศ 5,600 พันล้าน ดอลล่าร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.12  ส่งออกไปต่างประเทศ 5,390  พันล้านดอลล่าร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.11

 

    มูลค่ารวมของอุตสาหกรรม ไอซี ทั้งหมด ในปี 2549 เท่ากับ 1.33 ล้านล้าน      ดอลล่าร์ไต้หวัน มูลค่าอุตสาหกรรมการออกแบบ ไอซี ของไต้หวันในปี 2549  เท่ากับ 323,400 ล้านดอลล่าร์ไต้หวัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.5%   จากปี 2548  ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากการผลิตสินค้าจอแบนขนาดใหญ่ การผลิตจอสีของเครื่องมือถือ และ ไอซี ที่ใช้ในการขับเคลื่อนแผง LCD  มีปริมาณเพิ่มขึ้น (ประมาณว่าร้อยละ 80  ของเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook  และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องที่จำหน่ายอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ เป็นสินค้าที่ผลิตและส่งออกโดยไต้หวัน)  สำหรับในปี 2550  ไต้หวันมีเป้าหมายที่จะขยายการผลิตให้ได้ถึง 1.55 ล้านล้านดอลล่าร์ไต้หวัน  ตามเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจจนถึงปี 2015 หรือ พ.ศ. 2558  ไต้หวันมีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมในกลุ่มต่าง ๆ ได้แก่  

 

       -  อิเลคโทรนิกส์บรอดแบรนด์ หรือธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมและการแลกเปลี่ยนข้อมูลความเร็วสูง  เช่น การบริการเครือข่ายอินเตอร์เนต (โดยเฉพาะระบบไร้สาย WiMax และ 4G)  

       -  ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่แบบ Digital  เช่น การใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี่สารสนเทศกับชีวิตประจำวันเพื่อความสะดวกสบาย และความปลอดภัย  การประหยัดพลังงาน (โดยหลอดไฟ LED  จะเข้ามาแทนที่หลอดไฟฟ้าปกติทั่วไปทั้งไต้หวันในอนาคต)  การควบคุมบ้าน/ที่อยู่อาศัยด้วยระบบอัตโนมัติหรือระบบคอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยี่เพื่อความบันเทิงในระบบมัลติมีเดีย  เป็นต้น

      -  ธุรกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมดูแลรักษาสุขภาพ เช่น ระบบการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยี่ชั้นสูง การผลิตเครื่องจักรเครื่องมือและอุปกรณ์ตลอดจนเครื่องมือทางการแพทย์ด้วยระบบไมโครขนาดเล็ก

      -  สำหรับอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้น รัฐบาลจะส่งเสริมพัฒนาด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานสีเขียว การ Recycle  การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี่ใหม่ ๆ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่กำลังจะเติบโตขึ้นมาพร้อมๆกัน ซึ่งในปัจจุบันไต้หวันมีความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมด้านนี้มากอยู่แล้ว

 

     คาดว่าอุตสาหกรรมในกลุ่มอิเลคโทรนิกส์ดังกล่าวจะมีมูลค่าสูงกว่า 6.4 ล้านล้านดอลล่าร์ไต้หวัน ในอีก 8 ปีข้างหน้า ทั้งนี้กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน ได้ตั้งเป้าการอุดหนุนส่งเสริมอุตสาหกรรมไต้หวันไว้ 6 ประการด้วยกัน คือ ส่งเสริมคุณภาพสินค้าให้เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมนวัตกรรมการผลิตใหม่ๆ ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ออกแบบผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมความเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าของตนเอง สนับสนุนด้านการตลาดและการแข่งขัน และกระตุ้นให้ธุรกิจขยายการผลิตเพิ่มขึ้น 

 

     ประเทศที่เป็นคู่แข่งสำคัญด้านอุตสาหกรรมอิเลคโทรนิกส์ คือ จีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งได้เปรียบในเรื่องต้นทุนแรงงาน และขนาดการผลิต (Production Scale)  รวมทั้งความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนเทคนิคการผลิต (เนื่องจากจีนมีความพร้อมที่จะผลิตสินค้าได้ตั้งแต่ระดับล่าง หรือ Low End ไปจนถึงระดับบน High End)  ในรอบ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งในไต้หวันย้ายฐานการผลิตไปจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนไม่น้อย (ประมาณกว่า 50,000 แห่ง มีทั้งย้ายไปบางส่วนหรือบางแผนก และย้ายไปทั้งหมดก็มี)  ทำให้ปริมาณการผลิตในไต้หวันถดถอยลงไปและมีผลกระทบต่อปริมาณการใช้แรงงาน โดยเฉพาะแรงงานไทยและฟิลิปปินส์ ซึ่งทำงานในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้มากที่สุด (ดูตารางจำนวนแรงงานต่างชาติประกอบ) 

 

     อย่างไรก็ดี ค่าแรงในจีนแผ่นดินใหญ่ปัจจุบันเริ่มขยับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนไต้หวันต้องแสวงหาลู่ทางการลงทุนและการประกอบการไปยังประเทศอื่น ๆ ซึ่งปี 2549  ที่ผ่านมาพบว่า มีการเคลื่อนย้ายทุนไปเวียตนามจำนวนมากกว่า 8,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 280,000 ล้านบาท แม้ว่าจีนแผ่นดินใหญ่จะเริ่มดำเนินนโยบายเพื่อชะลอการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งปี 2549  ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 10  แต่ก็ยังมีกระแสเคลื่อนย้ายทุนและการประกอบ การไปยังจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนมาก  

 

     สำหรับ ไต้หวันซึ่งรัฐบาลมีนโยบายและแผนด้านอุตสาหกรรมอิเลคโทรนิกส์ที่ชัดเจน เป็นระบบและถูกทิศทาง อีกทั้งภาคเอกชนก็มีการปรับตัวด้านการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาเทคโนโลยี่การผลิตที่สอดคล้องกับตลาดโลกในปัจจุบันดังที่กล่าวข้างต้น จึงอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไต้หวันยังคงสามารถเป็นประเทศผู้นำด้านการผลิตและการส่งออกสินค้าอิเลคโทรนิกส์ และจะมีส่วนสำคัญในการดูดซับแรงงานไทยไปอีกระยะเวลาหนึ่ง